ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ
ผู้บริหาร

ผอ.สุริยา โนนเสนา
ผู้อำนวยการสถานศึกษา
ประวัติผลงานผู้อำนวยการโรงเรียนทุ่งควายพัฒนศึกษา
ประวัติและผลงาน ผอสุริยา โนนเสนา
ผลงาน ผอ.สุริยา โนนเสนา
ผลงาน ผอ.สุริยา โนนเสนา
ผลงานโอเน็ตและการเตรียมอัตรากำลังครู
ผลงานโอเน็ต
เมนูโรงเรียน
ประวัติโรงเรียน
สัญลักษณ์โรงเรียน
คำขวัญ / ปณิธาน
วิสัยทัศน์ / ปรัชญา
พันธกิจ / เป้าหมาย
หลักสูตรที่เปิดสอน
ปฏิทินกิจกรรม
ข้อมูลอาคารสถานที่
ทำเนียบผู้บริหาร
คณะกรรมการสถานศึกษาชุดใหม่ ปี 2555-2559
คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ชุดปี 2560 -2563
ยุทธศาสตร์ในการพัฒนาโรงเรียน
จุดเน้นในการพัฒนาสถานศึกษา
ข้อมูลนักเรียน
อัตลักษณ์ของโรงเรียน
แผนกลยุทธ์พัฒนาคุณภาพโรงเรียน
มาตรฐานการปฏิบัติงานโรงเรียนทุ่งควายพัฒนศึกษา
ผังการใช้ประโยชน์จากอาคารสถานที่
ผลสัมฤทธิ์ทางด้านการเรียนโรงเรียนทุ่งควายพัฒนศึกษา
แผนยุทธศาสตร์(เสนอต่อคณะกรรมการสถานศึกษา)
24 กันยายน 2554 วันสถาปนาโรงเรียนครบ 100 ปี
ข้อมูลนักเรียน 10 พ.ย. 2554 - 10 มิ.ย. 2555
รายงานการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2555
ผลงาน งานเปิดโลกทัศน์ทางการศึกษา ครั้งที่ 7
ผลงานนักเรียนในงานเปิดโลกทัศน์ทางการศึกษา ครั้งที่ 8
ผลงานครู / โรงเรียนวัดทุ่งควายพัฒนศึกษา ปีการศึกษา 2555
ผลงานครู ปี 2556-2557
สมาคมผู้ประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาอำเภอทุ่งสง
คณะกรรมการนักเรียน
แบบสำรวจความคิดเห็น
ท่านคิดว่า เมื่อพูดถึงโรงเรียนวัดทุ่งควายพัฒนศึกษา ท่านนึกถึงเรื่องอะไร
กิจกรรมลูกเสือ
กิจกรรมป้องกันยาเสพติด
การพัฒนาโรงเรียนพระราชทาน
การพัฒนาด้านวินัยนักเรียน
ดูผลโหวด
ลิ้งค์น่าสนใจ
รายการโทรทัศน์
 

 

 


บริการข้อมูล
หมายเลขโทรศัพท์ ฉุกเฉิน
ค้นหาเบอร์โทรศัพท์(ใหม่)
พยากรณ์อากาศ
exchange ธ.กสิกรไทย
exchange ธ.ไทยพาณิชย์
รายงานราคาทองคำ
ข่าวจราจร สวพ.91
ค้นหารหัสไปรษณีย์
เช็คหนี้ค้างโทรศัพท์ (TA)
ยอดค้างชำระ WP1800
ABAC-KSC Poll
สวนดุสิต โพล
เก็บความรู้กับครูโรงเรียนวัดทุ่งควาย
โรงเรียนขนาดเล็ก : ความท้าทายของสังคมไทย

โรงเรียนขนาดเล็ก : ความท้าทายของสังคมไทย

          ภารกิจเร่งด่วนของกระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) คือการปฏิบัติงานเพื่อส่งเสริมให้ระบบการศึกษาเป็นระบบที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพควบคู่กันไป หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ต้องส่งเสริม สนับสนุนให้โรงเรียน ซึ่งมีจำนวนนับสามหมื่นโรงเรียนสามารถดำเนินการพัฒนาคุณภาพนักเรียนให้ได้ตามมาตรฐานการเรียนรู้ที่หลักสูตรกำหนดอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้ข้อจำกัดด้านทรัพยากรที่มีอยู่
          สพฐ. จึงขอนำเสนอข้อมูล หลักการ แนวคิดเพื่อให้สาธารณชนเข้าใจในสิ่งที่กระทรวงศึกษาฯ กำลังดำเนินการอยู่ โดยเฉพาะประเด็นร้อนในขณะนี้คือการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนขนาดเล็ก หมายถึง โรงเรียนที่มีนักเรียนตั้งแต่ 120 คนลงมาสภาพปัญหาและความท้าทายที่ สพฐ. ประสบอยู่คือการมีโรงเรียนขนาดเล็กจำนวนมากไม่สามารถสะท้อนถึงคุณภาพ และประสิทธิภาพการจัดการศึกษาได้ กล่าวคือ พบว่า โรงเรียนขนาดเล็กมีจำนวนมากถึง 14,397 โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ 45.82 โดยให้บริการนักเรียนเพียงร้อยละ 12.42 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด (ปีการศึกษา 2553) และจำนวนโรงเรียนขนาดเล็กมีแนวโน้มจำนวนสูงขึ้นทุกปี อันเป็นผลมาจากอัตราการเกิดลดลงปีละประมาณ 200,000 คน และความนิยมของผู้ปกครองที่ต้องการส่งลูกหลานไปเรียนในโรงเรียนคุณภาพที่ตั้งอยู่ในเมืองสภาพปัญหาและข้อจำกัดของโรงเรียนขนาดเล็กที่สำคัญ คือ
          1. ครูไม่ครบชั้น ในโรงเรียน 7,280 โรง เนื่องจากนักเรียนมีจำนวนน้อยมาก รัฐจึงไม่สามารถจัดครูได้ครบชั้น เช่น โรงเรียน ก. มีนักเรียน20 คน เปิดสอน 8 ชั้นเรียน ตั้งแต่อนุบาล-ประถมศึกษาปีที่ 6 รัฐไม่สามารถจัดครูได้ 8 คนสำหรับ 8 ห้องเรียน (บางห้องเรียนมีเด็ก 1-2 คน)แต่จัดครูได้ตามเกณฑ์ คือ 1 คน และผู้บริหารโรงเรียน 1 คน แต่ละเดือนรัฐต้องจ่ายเงินเดือนละประมาณ 7 หมื่นบาทสำหรับดูแลนักเรียนเพียง 20 คน
          2. ขณะที่เงินเดือนครูมีอัตราสูง ทั้งยังมีเงินค่าวิทยฐานะ รัฐจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงอัตราครูต่อนักเรียนที่ควรมีอัตราสูงอย่างเหมาะสม แต่โรงเรียนขนาดเล็กมีอัตราครูต่อนักเรียนต่ำโดยเฉลี่ยในภาพรวมทั้งประเทศคือครู 1 คนต่อนักเรียน 12 คน โดยบางโรงเรียนมีครูต่อนักเรียนต่ำมากเพียง 1 ต่อ 3 ดังนั้น รัฐจึงมีค่าใช้จ่ายด้านเงินค่าตอบแทนครูในโรงเรียนขนาดเล็กสูงมากหากคิดค่าใช้จ่ายต่อหัวต่อปีอาจสูงกว่าการผลิตนักศึกษาแพทย์ด้วยซ้ำ
          3. โรงเรียนขนาดเล็กเหล่านี้มีจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถปฏิบัติงานด้านการพัฒนาคุณภาพนักเรียนได้อย่างน่าพึงพอใจ (รวมถึงโรงเรียนขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่มีปัญหาผลการประเมิน ONET ต่ำกันทั้งประเทศ)และไม่ผ่านการรับรองมาตรฐาน (สมศ..2548)
          ระบบการบริหารจัดการโรงเรียนสมควรได้รับการปรับปรุงพัฒนาให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพอย่างชัดเจน นำไปสู่การพัฒนาระบบการศึกษาและรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติอย่างยั่งยืน ซึ่งโดยหลักวิชาการถือเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่ สพฐ. ประสงค์จะพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กทั้งทางด้านคุณภาพและประสิทธิภาพ โดยให้มีการใช้ทรัพยากรทางการศึกษาให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงขอนำเสนอหลักคิดต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ดังนี้
          1.รัฐไม่สามารถจัดสรรงบประมาณมากมายที่จะจ้างครูได้ครบชั้นจัดซื้อคอมพิวเตอร์ และมีสื่อวัสดุอุปกรณ์การเรียนทันสมัยให้โรงเรียนทุกโรงจำนวนกว่า 3 หมื่นกว่าโรงได้อย่างทั่วถึง
          2.รัฐบาลมีนโยบายในการพัฒนาโรงเรียนดีประจำจังหวัด โรงเรียนดีประจำอำเภอ และโรงเรียนดีประจำตำบลให้มีความพร้อมด้านการเรียนการสอน และครูดีอย่างครบครัน เพื่อให้มีโรงเรียนดีกระจายตัวอยู่ในพื้นที่ชนบทอย่างทั่วถึง
          3.การรวมโรงเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงเรียนที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงกันเพียง 1-2-3 กิโลเมตร การคมนาคมสะดวก โดย สพฐ. สนับสนุนค่าพาหนะนักเรียนให้ตลอดปีการศึกษา โดยมีความคาดหวังสูงสุดคือเพื่อให้นักเรียนได้เรียนในโรงเรียนที่ดีกว่าเดิมมีผลการเรียนสูงขึ้น และเพิ่มอัตราครูต่อนักเรียนทั้งนี้ สพฐ. จะไม่รวมโรงเรียนขนาดเล็กใดๆ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่พิเศษ ห่างไกลทุรกันดาร และเสี่ยงภัย แม้ว่าจะมีนักเรียนเพียง 5-10 คน และการดำเนินการของ สพฐ. ดังกล่าว ได้รับการสอบทาน และเห็นชอบจากกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร
          รัฐจำเป็นต้องดูแลโรงเรียนนับสามหมื่นโรงในเชิงระบบซึ่งต้องมีคุณภาพ และประสิทธิภาพ สังคมไทยพึงใช้วิจารณญาณอันสุจริตในการพิจารณาประเด็นการรวมโรงเรียน ซึ่งรัฐไม่มีเจตจำนงใดที่จะขัดกับเจตนารมณ์เรื่องสิทธิและเสรีภาพในการศึกษาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เพียงแต่สังคมควรต้องพินิจให้ลึกซึ้งว่า สิทธิและเสรีภาพนั้นควรอยู่ภายใต้หลักคิดด้านคุณภาพประสิทธิภาพทางการศึกษาและผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ
          ทั้งนี้ ขอเรียนเน้นย้ำว่า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรตั้งอยู่บนพื้นฐานความเชื่อว่า
          พ่อแม่ย่อมต้องการให้ลูกได้เรียน
          ในโรงเรียนที่ดี มีคุณภาพและทุกฝ่ายควรคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)         

          www.obec.go.th         

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

 

**************************************

อ่านแล้วสะท้อนให้เห็นหลายอย่างและขอย้อนประสบการณ์ในการบริหารโรงเรียนขนาดเล็ก

    ***ปี 2549 บริหารโรงเรียนบ้านคลองปีกเหนือ อำเภอช้างกลาง นักเรียน 24 คน ครู 4 คน จัดการสอน 8 ห้องเรียน ยอมรับบริหารจัดการยาก งบประมาณน้อยมาก จะทำอะไรไม่สามารถทำได้ดั่งใจ ใช้เทคนิคการบริหารทุกอย่าง อยู่ 2 ปี นักเรียน ปี 2550 มีนักเรียน 31 คน ปี 2551 นักเรียน 34 คน ทั้งที่บ้านคลองปีกเหนือ เป็นหมู่บ้านที่มีความเข้มแข็งมาก แต่ ผู้อำนวยการเก่งอย่างไร แต่ถ้าหากทีมไม่พร้อมก็ยากลำบาก

**** ปี 2551 ย้ายมาโรงเรียนวัดถ้ำใหญ่ นักเรียน 24 คน ครู 6 คน  ปี 2552 นักเรียนเพิ่ม มา 42 คน สิ่งที่ทำทุกกระบวนการบริหาร แม้แต่บ้านยังไม่ได้กลับ เพราะต้องการให้ชุมชน เกิดความรัก ความศรัทธา ต่อการทำงาน จนทำให้โรงเรียนผ่านการประเมิน สมศ.รอบ 2

**** ปี 2553 ย้ายไปโรงเรียนทุ่งควายพัฒนศึกษา นักเรียน 124 คน ครู 14 คน เพราะเป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา และปีนี้ 2554 นักเรียน 163 คน ต้องใช้หลักการบริหารเต็มรูปแบบ เต็มความสามารถ

1.เทคนิคในการบริหารให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ (SBM)เพราะโรงเรียนเป็นของชุมชน

2.ปรับเปลี่ยนเจตคติของการทำงานเป็นทีม (POSDCoRB)

3.ปรับปรุงระบบการบริหารการเงินงบประมาณให้เกิดความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ (7 HUDLE )

4.กระจายอำนาจในการบริหาร DECENTRALIZATION

5.BRUEPRINT FOR CHANGE บริหารความเปลี่ยนแปลง

6.นำเทคโนโลยีสู่การบริหาร

7.ผู้บริหารต้องเป็นนักวิชาการ เพราะเป็นสัญลักษณ์ขององค์กร

8.ผสมผสานระหว่างครูเก่าและครูใหม่ (ครูเก่าประสบการณ์สูง ครูใหม่งานรวดเร็ว)กล้าจ้างครูใหม่มาร่วมงาน

9.สร้าง EMPOWERMENT ให้เก่งช่วยในการทำงาน

10.สร้างความรัก ความศรัทธาให้เกิด ไม่ว่าจะเป็นครู  นักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ชุมชน

 

 ผู้บริหารต้อง

มาดให้  ใจถึง พึ่งได้  จ่ายบ้าง ช่างซ่อม  ถ่อมตน  อดทนเยี่ยม

 

         

โพสเมื่อ : 27 มิ.ย. 2554,21:12   อ่าน 1678 ครั้ง
โรงเรียนวัดทุ่งควายพัฒนศึกษา 
" โรงเรียนพระราชทาน  ระดับประถมศึกษา 2558"
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2
 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  
กระทรวงศึกษาธิการ